ดาวซัลโวบุนเดสลีก้า

ถึงแม้ว่าการขับเคี่ยวแย่งแชมป์บุนเดสลีก้า เยอรมัน จะไม่ค่อยสนุก และไม่ค่อยได้รับความสนใจซักเท่าไหร่ เนื่องจากว่าทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังของเยอรมัน กวาดถาดแชมป์เข้าสู่ถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า มาติดต่อกัน 5 สมัยซ้อนแล้ว โดยในช่วง 10 ปีหลังมีเพียงโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ กับโวล์ฟบวร์กเท่านั้น ที่สามารถแย่งแชมป์ไปได้ โดยระยะหลังจะมีดอร์ตมุนด์ที่คอยเป็นไม้เบื่อไม้เมาในการลุ้นแย่งแชมป์ และทีมล่าสุดที่เบียดเข้ามาแย่งแชมป์ก็คือไลป์ซิก ทีมดังจากฝั่งตะวันออกของประเทศ ที่ได้นายทุนใหญ่เข้ามาบริหารทีม

แต่สิ่งหนึ่งที่สนุก และน่าสนใจกว่าการลุ้นแชมป์บุนเดสลีก้าก็คือการชิงตำแหน่งดาวซัลโวประจำฤดูกาลของบุนเดสลีก้า ซึ่งสลับกันคว้าตำแหน่งนี้มา 2 กาลแล้ว โดยเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ของบาเยิร์น มิวนิค กับปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง กองหน้าชาวกาบองของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ซึ่งทั้งสองคนเคยเล่นร่วมกันในถิ่นซิกน่อล เอดูน่า ปาร์ค ของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ด้วย ในฤดูกาล 2013-2014 ก่อนที่เลวานดอฟสกี้ จะย้ายมาอยู่กับบาเยิร์น มิวนิค แบบไม่มีค่าตัวในช่วงกลางปี 2014

ซึ่งในฤดูกาล 2015-2016 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แฮปปี้แบบสุดๆ เมื่อพาบาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดสลีก้าได้สำเร็จ บวกกับกองหน้าวัย 29 ปี ได้ตำแหน่งดาวซัลโวไปครอบครองด้วย ด้วยการซัดไปถึง 25 ประตู ส่วนปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง ที่ช่วยให้ดอร์ตมุนด์เป็นรองแชมป์นั้นทำไป 25 ประตู ส่วนในฤดูกาลล่าสุดที่บาเยิร์น มิวนิค สามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าสมัยที่ 27 ไปครองได้สำเร็จ เป็นทางกองหน้าผิวสีจากแอฟริกาที่ทำแสบใส่อดีตเพื่อนร่วมทีมแบบสุดๆ เมื่อเขามาทำ 2 ประตูในนัดสุดท้ายของฤดูกาลใส่แวร์เดอร์ เบรเมน จึงทำให้ทำประตูรวมได้ 31 ประตู ส่วนทางเลวานดอฟสกี้ไม่สามารถทำประตูในนัดสุดท้ายได้ ถึงแม้ทีมจะชนะไฟรบวร์กไป 4-1 ก็ตาม ซึ่งฤดูกาลนี้ก็น่าจะเป็นอีก 1 ฤดูกาลที่การเบียดลุ้นแย่งดาวซัลโวจะสนุกตื่นเต้นอีกครั้ง เพราะดาวซัลโวทั้ง 2 รายนี้ ยังออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างร้อนแรงเหมือนเดิม ส่วนการเบียดแย่งลุ้นแชมป์บุนเดสลีก้านั้น ฤดูกาลนี้อาจจะสนุกมากขึ้นก็ได้ เพราะบาเยิร์น มิวนิค ถูกมองว่าไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิม เมื่อเสียฟิลิป ลาห์ม และชาบี อลอนโซ่ สองดาวเตะคนสำคัญที่แขวนสตั๊ด ส่วนผู้ท้าชิงอย่างดอร์ตมุนด์ทำการเปลี่ยนกุนซือใหม่เป็นปีเตอร์ บอสซ์ ซึ่งต้องดูว่าจะทำได้ดีกว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ หรือโธมัส ตุนเคิ่ลหรือไม่